แหล่งข้อมูล หมายถึง ที่มาของข้อมูล ซึ่งมีความแตกต่างกัน ตามประเภทของข้อมูลที่เราได้รับ
1. ประเภทของแหล่งข้อมูล แหล่งข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1) แหล่งข้อมูลชั้นต้น เป็นแหล่งข้อมูลที่เราสอบถาม หรือสัมภาษณ์จากแหล่งข้อมูลโดยตรง หรือที่เราพบเห็นด้วยตนเอง แล้วจดบันทึกไว้ เช่น
2) แหล่งข้อมูลชั้นรอง เป็นแหล่งข้อมูลที่ได้จากการอ่าน การฟัง หรือการดูข้อมูลที่มีผู้อื่นรวบรวมหรือบันทึกไว้แล้ว เช่น
2. แหล่งข้อมูลใกล้ตัว ในชีวิตประจำวันของนักเรียนสามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้จากแหล่งข้อมูลที่อยู่ใกล้ตัว ได้แก่
1) แหล่งข้อมูลที่เป็นบุคคล เช่น
2) แหล่งข้อมูลที่ไม่ใช่บุคคล เช่น
การรวบรวมข้อมูล หมายถึง การหาข้อมูลที่ต้องการจากแหล่งข้อมูลต่างๆ มาเก็บรวมกันไว้
1. วิธีการรวบรวมข้อมูล
1) การสังเกต เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลโดยการดูข้อมูลที่สนใจอย่างละเอียด และจดจำรายละเอียดข้อมูลที่สังเดต เช่น สังเกตว่า ดอกไม้ชนดนี้มีสีอะไร มีกลีบกี่กลีบ เป็นต้น
2) การสัมภาษณ์ เป็นการสอบถามพูดคุยระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งต้องการทราบเรื่องราวจากอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วจดบันทึกข้อมูลที่ได้ หรืออาจใช้วิธีบันทึกเสียงในขณะสัมภาษณ์ก็ได้
3) การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เป็นการค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งข้อมูลชั้นรอง เช่น การอ่านหนังสือ การฟังจากผู้รู้ การอ่านข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เป็นต้น แล้วจดบันทึกข้อมูลที่ต้องการ
2. วิธีการจัดการข้อมูล เมื่อรวบรวมข้อมูลได้พอสมควรแล้ว ควรปฏิบัติ ดังนี้
1) ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยดูจากแหล่งข้อมูลที่ได้มา ว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เช่น ข้อมูลเรื่องการสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ คุณครูใหญ่ย่อมให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่าแม่ค้าที่ขายของหน้าโรงเรียน เพราะคุณครูใหญ่มีหน้าที่ดูแลเรื่องต่างๆ ภายในโรงเรียนจึงมีเอกสารหลักฐาน เพื่อใช้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล แต่แม่ค้าเล่าเรื่องราวต่างๆ จากความทรงจำจึงอาจทำให้จำข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือบอกข้อมูลที่ผิดพลาดได้
นอกจากนี้ เรายังสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากหลักฐานที่เป็นตัวหนังสือได้ด้วย เช่น หากเราถามข้อมูลเรื่องการสร้างอาคารเรียนหลังใหม่จากคุณครูใหญ่แล้ว เราควรขออนุญาตคุณครูใหญ่ดูหนังสือหรือเอกสารที่กล่าวถึงเรื่องนี้ จากนั้นตรวจสอบข้อมูลที่ได้ว่าตรงกันหรือไม่ หากข้อมูลตรงกัน แสดงว่าข้อมูลนั้นมีความน่าเชื่อถือ
2) จำแนกข้อมูลเป็นหมวดหมู่อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจดูจากหัวข้อ หรือเนื้อหาของข้อมูล เช่น ข้อมูลเรื่องงานบ้าน ข้อมูลเรื่องงานเกษตร ข้อมูลเรื่องงานประดิษฐ์ เป็นต้น
3) จดบันทึกข้อมูลที่ได้ และเก็บไว้ตามประเภท หือหมวดหมู่ของข้อมูลนั้นๆ เพื่อให้นำมาใช้ได้สะดวก จากนั้นจัดเก็บข้อมูลไว้ในแฟ้มและเก็บไว้ในที่เหมาะสม เช่น เก็บบนชั้นวางของ หรือเก็บในตู้ในเรียบร้อย เป็นต้น
ที่มา: https://sites.google.com/site/saardonline/p1/khxmul
อ่านง่ายและได้ความรู้
ตอบลบได้ความรู้มากๆคะ
ตอบลบ👍🏼👍🏼👌🏻
ตอบลบขอแชร์ต่อคะ
ตอบลบเยี่ยมมาก
ตอบลบ